fbpx

บริษัท สามัคคีเภสัช จำกัด

บริษัท สามัคคีเภสัช จำกัด

บริษัท สามัคคีเภสัช จำกัด

แยกให้ออก อาการแบบไหนเรียกว่าท้องเสีย!

แยกให้ออก-01

อาการท้องเสีย….เป็นอาการที่หลายๆ คนพบเจอกันอยู่บ้าง บางคนเป็นแล้วก็ค่อยๆ หายไปเอง แต่สำหรับบางคนกลับเรื้อรังติดต่อกันหลายวัน ถึงแม้ท้องเสียมักเป็นอาการที่ไม่ร้ายแรง แต่อาจสร้างความทรมานได้ไม่มากก็น้อย  

ลักษณะการขับถ่ายแบบไหน เรียก “ท้องเสีย”

คนส่วนใหญ่มักแยกอาการท้องเสีย กับอาการถ่ายปกติได้ไม่ชัดเจน แต่อาการท้องเสียจะมีจุดสังเกตที่แตกต่างจากการถ่ายปกติ ดังอาการต่อไปนี้

  • มีอาการท้องเสีย ถ่ายเหลวมากกว่า 3 ครั้งต่อวัน
  • ท้องเสียถ่ายเป็นน้ำ ถ่ายเหลว
  • ขับถ่ายพบเยื่อมูกหรือเลือดปน
  • คลื่นไส้ แน่นท้อง ปวดท้องบิด
  • คอแห้งหิวน้ำบ่อย
  • หน้ามืด อ่อนเพลีย ไม่มีแรง
  • เป็นไข้สูงกว่า 38 องศาเซลเซียส

หากมีอาการดังกล่าว เป็นสัญญาณบอกว่าคุณกำลังท้องเสียชนิดเฉียบพลัน ซึ่งโดยปกติแล้วจะสามารถหายได้เองภายใน 1 – 2 วัน แต่หากมีอาการท้องเสียต่อเนื่องนานเกินกว่า 3 – 14 วัน ควรพบแพทย์เพราะอาจมีสาเหตุของโรคอื่นที่ทำให้เกิดอาการท้องเสียเรื้อรัง เพื่อทำการรักษาอย่างถูกต้องต่อไป

สาเหตุของอาการท้องเสีย

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการท้องเสีย มักเกิดจากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ไม่สะอาด หรือแม้กระทั่งมือของเราเองที่ผ่านการหยิบจับสิ่งของสกปรกมาก่อน ที่มีการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรีย ปรสิต หรือเชื้อไวรัส ซึ่งทำให้เกิดอาการท้องเสีย นอกจากนี้ อาการท้องเสียอาจเกิดได้จากสาเหตุอื่น เช่น ความเครียด วิตกกังวล ช่วงรอบเดือน การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป การแพ้อาหารบางชนิดก็สามารถทำให้เกิดอาการท้องเสียได้เช่นกัน และในบางรายอาจมีอาการท้องเสียหลังการรักษา เช่น ได้รับยาปฏิชีวนะบางชนิดที่มีผลต่อระบบลำไส้ หรือได้รับการฉายรังสีที่ทำให้เยื่อบุลำไส้เสียหาย ทำให้ลำไส้ไม่สามารถดูดซึมน้ำและสารอาหารได้ตามปกติ

การป้องกันและแนวทางรักษาอาการท้องเสีย

  1. รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ทุกครั้ง
  2. ล้างมือก่อนรับประทานอาหาร หรือหลังทำกิจกรรมต่างๆ ทุกครั้ง
  3. เลี่ยงการรับประทานอาหารประเภทหมัก ดอง ที่ไม่มั่นใจเรื่องคุณภาพและความสะอาด เพราะอาจมีเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดอาการท้องเสียได้
  4. เมื่อเกิดอาการท้องเสียควรดื่มน้ำ หรือดื่มน้ำผสมผงเกลือแร่ (ORS) เพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย
  5. รับประทานอาหารย่อยง่าย เช่น โจ๊ก น้ำซุป เลี่ยงอาหารที่มีรสจัด ของหมัก ดอง และอาหารที่มีไขมันสูง
  6. รับประทานยาแก้ท้องเสีย ซึ่งยาแก้ท้องเสียก็มีหลายประเภท เลือกใช้ตามอาการ ดังต่อไปนี้
    • ยากำจัดเชื้อ Erfuzide (เออร์ฟูไซด์) : ที่สามารถยับยั้งเชื้อโรคสาเหตุของอาการท้องเสียในลำไส้ได้ทันที
    • ยาปฏิชีวนะ : สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคท้องเสีย แต่ยาอาจทำลายเชื้อท้องถิ่นที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายได้ ทำให้เกิดอาการตกขาว ท้องเสียเรื้อรัง เป็นต้น
    • ยาหยุดถ่าย : ออกฤทธิ์โดยลดการบีบตัวของลำไส้ ทำให้ลดจำนวนการถ่าย ซึ่งเชื้อแบคทีเรียในร่างกายอาจไม่ถูกกำจัดออกไปหมด และอาจเพิ่มโอกาสการติดเชื้อในกระแสเลือดได้
    • ยากลุ่ม Probiotic : ช่วยสร้างสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ ทำให้ผนังลำไส้มีเกราะป้องกัน ลดโอกาสการเกิดโรคท้องเสียเรื้อรัง
    • สารดูดซับ หรือผงถ่าน : สามารถดูดซับหรืออุ้มของเหลวได้ดี  สามารถนำมาใช้บรรเทาอาการท้องเสียได้ มีข้อห้ามใช้ในผู้ที่มีภาวะลำไส้อุดตัน หรือท้องผูกเรื้อรังมาก่อน

หมายเหตุ : ไม่ควรซื้อยาหยุดถ่ายมารับประทานเอง ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์และเภสัชกรอย่างใกล้ชิด

เกร็ดน่ารู้ ข้อมูลยา
เออร์ฟูไซด์ (Erfuzide)

ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย สาเหตุของการท้องเสีย มีทั้งแบบน้ำแขวนตะกอนและแบบแคปซูล (ห้ามใช้ในผู้แพ้ยากลุ่ม Nifuroxazide)

สามารถอ่านบทความเพิ่มเติม ยาแก้ท้องเสียมีกี่ประเภท เลือกใช้ตามอาการอย่างไรให้ถูกวิธี คลิก!

ทั้งนี้ ผู้ที่ท้องเสียควรหมั่นสังเกตอาการผิดปกติของตนเอง หากเวลาผ่านไป 3 วันแล้วอาการท้องเสียไม่ดีขึ้น ผู้ป่วยรู้สึกอ่อนเพลีย ริมฝีปากแห้ง เวียนศีรษะ มีเลือดปนในอุจจาระอาจจะเลือดสดหรือดำคล้ำ หรืออาเจียนมีเลือดปน ควรพบแพทย์ทันที เพราะมีแนวโน้มของโรคแทรกซ้อนอื่นที่อันตรายกว่า เช่น โรคสำไส้อักเสบ

สอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม ผ่าน LINE คลิกที่นี่!

Share on twitter
Share on facebook
Share on google

บริษัท สามัคคีเภสัช จำกัด